นายฤทธิ์ ธีระโกเมน

ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายของธุรกิจร้านอาหาร ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังมี ความผันผวน ต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงที่อยู่ในระดับสูงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ตลาดร้านอาหารในประเทศไทยยังคงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการฟื้นตัว โดยมีแรงสนับสนุนจากการบริโภคภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยวที่ทยอยกลับมาและความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่า คุณภาพ และประสบการณ์ที่แตกต่าง

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าวปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการปรับตัวและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในทุกมิติ บริษัทฯ ให้ความสําคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนารูปแบบร้านและเมนูอาหารให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำาเนินงาน ทั้งในด้านการบริหารสาขาระบบซัพพลายเชนและการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่องภายใต้ข้อจํากัดของสภาวะตลาด

อนึ่ง ในปี 2568 บริษัทฯ มีพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจของบริษัทฯ ในระยะยาว ดังนี้

  • • การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “โบนัส สุกี้” ร้านอาหารประเภทสุกี้ในรูปแบบบุฟเฟต์ที่นำเสนอรายการอาหารมากกว่า 60 เมนู ครอบคลุมเนื้อสัตว์หลากหลายประเภท พร้อมอาหารทานเล่นและเครื่องดื่มในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้างโดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้เปิดสาหาใหม่ของแบรนด์ดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 15 สาขา
  • • การออกแคมเปญส่งเสริมการขาย “บุฟเฟต์เอ็มเค คุ้ม เกินคุ้ม" ซึ่งนําเสนอรายการอาหารกว่า 29 รายการ ในราคา 299 บาท เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสําคัญกับความคุ้มค่า โดยแคมเปญดังกล่าวได้รบการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า และมีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์อย่างมีนัย สําคัญ

สําหรับผลการดำาเนินงานของบริษัทฯ ในเชิงทางการเงินสําหรับปี 2568 สรุปได้ดังนี้ บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 15,109 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 2.0 และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 838 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าคิดเป็นร้อยละ 41.9 ส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้นได้ปรับลดลงจาก 1.57 บาท ต่อหุ้น สําหรับปี 2567 เป็น 0.93 บาทต่อหุ้น สําหรับปี 2568

ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายสาขาร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่าง ยั่งยืน โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้เปิดสาหาร้านอาหารใหม่เพิ่มขึ้นรวมทั้งสิ้น 24 สาขา ประกอบด้วย ร้านอาหารเอ็มเค สุกี้ 2 สาขา ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ 2 สาขา ร้านโบนัสสุกี้ 15 สาขา ร้านอาหารแหลมเจริญ ซีฟู้ด 3 สาขา ร้านฮิคินิคุ โตะ โคเมะ 1 สาขา และร้าน ในรูปแบบมัลติแบรนด์ อีก 1 สาขา

แม้ว่าผลประกอบการในปี 2568 จะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ก็ยังมีสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจําปี 2569 เพื่ออนุมัติการจ่ายเงินปันผล ประจําปี 2568 ใน อัตราหุ้นละ 1.00 บาท (ปี 2567: 1.50 บาท) โดยที่บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท ดังนั้น หากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ เสนอมาในครั้งนี้ บริษัทฯ ก็จะดำเนินการ จ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นี้

มองไปข้างหน้าในปี 2569 ธุรกิจร้านอาหารยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจไทยโดยรวม (GDP) ที่มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราชะลอตัวกำลังซื้อของผู้บริโภค ที่ยังเปราะบางจากภาระหนี้ครัวเรือนในระดับสูงส่งผลให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้นและให้ความสําคัญกับความคุ้มค่าเป็นหลัก นอกจากนี้ระดับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรง รวมถึง ต้นทุนการดำาเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันการดำาเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าธุรกิจร้านอาหารยังคงมีโอกาสเติบโตได้ โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารเชนที่มีฐานะทางการเงินมั่นคง มีแบรนด์แข็งแกร่ง และรักษามาตรฐานด้านคุณภาพอาหารและบริการได้อย่างสม่ำเสมอเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค อีกทั้งยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ ความสะดวกสบาย และความคุ้มค่า รวมถึงมีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน นอกจากปัจจัยดังกล่าว แล้วบริษัทฯ ยังมีทีมผู้บริหารที่มีความสามารถและประสบการณ์ยาวนาน พร้อมด้วยความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบสูงในการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีความมั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับความท้าทายที่หนักหน่วงขึ้นและผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว อย่างมั่นคงและสมดุล

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ผมใคร่ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า และพนักงานทุกท่านที่ให้ความ ไว้วางใจและสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา บริษัทฯ จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างคุณค่าและผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นและสังคมต่อไป