นายฤทธิ์ ธีระโกเมน

ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในปี 2564 ที่ผ่านมานับเป็นอีกปีหนึ่งต่อเนื่องจากปี 2563 ที่ธุรกิจร้านอาหารไม่ว่าจะเป็นขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กต่างได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเกิดขึ้นเป็นระลอกๆ โดยระลอกแรกและระลอกสองเกิดขึ้นในปี 2563 ด้วยสายพันธุ์หลักอู่ฮั่น ส่วนระลอกสามและระลอกสี่เกิดขึ้นในปลายเดือนมีนาคมและเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2564 ตามลำดับ ด้วยสายพันธุ์หลักเดลต้า ซึ่งสามารถแพร่กระจายเชื้อได้รวดเร็วและมีอาการรุนแรงกว่า ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงไตรมาสสามของปี 2564 รัฐบาลจึงจำเป็นต้องปรับระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มข้นมากขึ้นเป็นระยะๆ ตามความรุนแรงของการระบาด โดยมาตรการควบคุมการระบาดที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารที่สำคัญ ได้แก่ ห้ามให้บริการแบบรับประทานอาหารที่ร้าน แต่สามารถให้บริการเฉพาะการซื้อกลับบ้านและการจัดส่งเท่านั้น ในช่วงไตรมาสสอง จนถึงการปิดห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารในช่วงไตรมาสสาม อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสสี่ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทยอยลดลง และสัดส่วนของผู้ที่ได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้นตามลำดับ รัฐบาลจึงได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดและตัดสินใจเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้งในปลายปี 2564

ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ รายไตรมาสสำหรับปี 2564 ก็ได้รับผลกระทบในเชิงลบตามความรุนแรงของการแพร่ระบาดและมาตรการการควบคุมการระบาดของภาครัฐที่มีการยกระดับความเข้มข้นขึ้นเป็นระยะๆ ดังจะเห็นได้ว่า แม้บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่มีกำไรสุทธิ 88.8 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปี 2564 แต่บริษัทฯ ต้องประสบกับผลการดำเนินงานที่ขาดทุนในไตรมาสสองและไตรมาสสามติดต่อกันคิดเป็นจำนวนเงิน 99.5 ล้านบาท และ 257.4 ล้านบาท ตามลำดับ อันเนื่องจากการปิดร้านอาหารตามที่กล่าวมาข้างต้น ส่วนผลการดำเนินงานในไตรมาสที่สี่ได้ฟื้นกลับมาอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเท่ากับ 399.1 ล้านบาท หลังจากรัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว กล่าวโดยสรุป ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยรวมทั้งปี 2564 นั้นได้รับผลกระทบในเชิงลบที่รุนแรงกว่าปีก่อน โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 11,182 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 16.3 และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 131 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าคิดเป็นร้อยละ 85.6 ส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้นก็ได้ลดลงจาก 0.99 บาทต่อหุ้น สำหรับปี 2563 เป็น 0.14 บาทต่อหุ้น สำหรับปี 2564

ในปี 2564 บริษัทฯ ยังได้ดำเนินการปรับกระบวนการและวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น เช่น ระบบการทำงานที่บ้าน (work from home) ระบบการประชุมออนไลน์อยู่ที่ไหนก็ประชุมได้ ระบบแสกน QR Code ที่โต๊ะแทนเมนูแบบพิมพ์กระดาษ ใช้เครื่องรับเงินทอนเงินอัตโนมัติ เพื่อช่วยพนักงานแคชเชียร์ การติดตั้ง Solar Roof บนหลังคาโรงงานทุกแห่ง รวมถึงอาคารสำนักงานใหญ่ และล่าสุดคือการนำเอาหุ่นยนต์บริการมาช่วยแบ่งเบาภาระในการเสิร์ฟอาหารจำนวนกว่า 500 ตัว โดยติดตั้งไปแล้วกว่า 250 สาขา และจะทำต่อเนื่องไปจนครบทุกสาขาที่มีความคุ้มค่าในการใช้งาน เป็นต้น ความพยายามเหล่านี้จะช่วยให้บริษัทฯ ลดค่าใช้จ่าย ทั้งค่าเช่าสำนักงาน ค่าไฟฟ้า ค่าจ้างแรงงาน และเวลาในการเดินทางของผู้บริหารต่างๆ ไปได้มาก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ดำเนินการทบทวนและประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของสาขาร้านอาหารอย่างรอบคอบและต่อเนื่องเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ ในระยะยาว โดยในปี 2564 บริษัทฯ ได้ตัดสินใจปิดสาขาร้านอาหารที่ไม่สามารถทำกำไรลงรวม 37 สาขา ประกอบด้วย ร้านเอ็มเค สุกี้ 14 สาขา ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ 8 สาขา ร้านแหลมเจริญ ซีฟู้ด 1 สาขา ร้านมิยาซากิ 6 สาขา ร้านบิซซี่ บ็อกซ์ 3 สาขา ร้านฮากาตะ 4 สาขา และร้านเอ็มเค ฮาร์เวสต์ 1 สาขา อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ก็ได้เปิดสาขาร้านอาหารที่เห็นว่ามีศักยภาพในการทำกำไรในอนาคตเพิ่มขึ้นอีก 18 สาขา ประกอบด้วย ร้านเอ็มเค สุกี้ 8 สาขา ร้านยาโยอิ 7 สาขา และร้านแหลมเจริญ ซีฟู้ด 3 สาขา

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ อย่างรุนแรงในปี 2564 แต่บริษัทฯ ก็ยังคงยึดมั่นนโยบายที่จะให้ความช่วยเหลือทางสังคมในยามที่ต้องการ โดยในปี 2564 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ร่วมกับมูลนิธิป้าทองและผู้ก่อตั้งบริษัทฯ ในกิจกรรมที่เกี่ยวกับด้านการช่วยเหลือทางสังคม ดังนี้

  • • สนับสนุนข้าวกล่องจำนวนกว่า 500,000 กล่องให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในสถานพยาบาลต่างๆ และศูนย์ฉีดวัคซีน 33 แห่ง
  • • ส่งมอบวัตถุดิบอาหารสดให้แก่ครัวชุมชนที่ขาดแคลนกว่า 26 ตัน เพื่อปรุงเป็นมื้ออาหารกว่า 294,000 มื้อ
  • • การสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีนด้วยการมอบตู้เย็นเก็บวัคซีนให้แก่โรงพยาบาลระดับอำเภอและระดับชุมชนจำนวน 112 แห่งทั่วประเทศ
  • • บริจาคเงินกำไรทั้งหมดจากร้านอาหารในเครือจำนวน 4 ร้านที่เป็นโมเดลเพื่อสังคมให้แก่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

การร่วมกันทำในสิ่งที่เรียกว่าจิตสาธารณะเหล่านี้ ย่อมทำให้ลูกค้าและสาธารณชนได้รับรู้และเกิดความเชื่อมั่นว่า บริษัทฯ มิได้ต้องการทำธุรกิจเพื่อหวังทำกำไรแต่เพียงอย่างเดียว แต่บริษัทฯ ยังได้คำนึงถึงประโยชน์ที่สังคมจะได้รับ ทั้งทางตรงโดยการจัดหาอาหารที่มีคุณภาพด้านโภชนาการ สะอาดและปลอดภัย รวมทั้งการให้บริการที่ดีเยี่ยมเสมอ และทางอ้อมคือการช่วยเหลือทางสังคมด้วยวิธีการต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ

สำหรับการพิจารณาการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ ประจำปี 2564 นั้น แม้ว่ากำไรสุทธิของบริษัทฯ สำหรับปี 2564 ได้ลดลงอย่างมากจากปีก่อนอันเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่องและมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มข้นมากขึ้นของภาครัฐตามที่ได้กล่าวมาแล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทฯ ยังมีสภาพคล่องทางการเงินและกำไรสะสมที่เพียงพอที่จะจ่ายเงินปันผลได้ในอัตราที่เหมาะสม โดยไม่กระทบต่อแผนการลงทุนและการดำเนินงานของบริษัทฯ สำหรับปี 2565 แต่อย่างใด ประกอบกับบริษัทฯ ก็ได้มีการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นเสมอมา คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติเห็นสมควรเสนอให้จ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2564 ในอัตราหุ้นละ 0.80 บาท ดังนั้น หากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2565 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ เสนอมาในครั้งนี้ บริษัทฯ ก็จะดำเนินการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 25 พฤษภาคม 2565 นี้

มองไปในปี 2565 บริษัทฯ ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายที่ยากลำบากต่อไปอีก อันเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยในต้นปี 2565 ได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งมีความสามารถในการแพร่เชื้อได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์เดลต้า แต่มีอาการที่รุนแรงน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม จากการที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะสามารถขยายตัวได้ถึงร้อยละ 3.5-4.5 ในปี 2565 จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่มากขึ้น โดยคาดว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิผล และอัตราส่วนของผู้ที่ได้รับวัคซีนที่เพิ่มขึ้นในระดับที่น่าพอใจ บริษัทฯ จึงมีความมั่นใจว่าผลการดำเนินงานของบริษัทฯ จะสามารถฟื้นกลับมาได้อย่างแข็งแกร่งในปี 2565

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ผมใคร่ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ผู้ร่วมทุน คู่ค้า ลูกค้า และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ได้สนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ด้วยดีตลอดมา รวมทั้งพนักงานทุกคนที่ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจเพื่อฟันฝ่าอุปสรรคที่มีความท้าทายที่ยากยิ่งท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงมากขึ้น